2006/Mar/05

ว่าจะเขียนทุกวัน เพราะเบื่อจัด

วันนี้ไปงานบวชมา คิดนิดหน่อย เพราะไม่อยากไป ไม่อยากไปเจอญาติ ไม่ชอบการถามสารทุกข์สุขดิบ บางทีก็ไม่รู้จะตอบยังไง

สิ่งที่มักโดนถาม คือเรื่องงาน ตอบลำบากโคตร เพราะทุกคนยังคิดว่าเราทำงานที่บริษัทเดิมอยู่ เราก็โกหกไปว่าอยู่ที่เดิม เพราะขี้เกียจอธิบาย

ถามเรื่องมีแฟนหรือยัง เมื่อไหร่มีลูก เค้าไม่ได้คาดคั้นหรือดูเราผิดปกติ เหมือนเรื่องบริทจิด โจน หรอกนะ แต่ก็ขี้เกียจตอบอยู่ดี ว่า'ไม่มีแฟน' แล้วคำถามต่อมาคือ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย(ทำไมยังไม่มีแฟน) เป็นสเต็ปไป

แต่พอไปแล้วก็สนุกดีนะ เพราะเราดูเหมือนเป็นคนเมือง แล้วญาติๆ เราเค้ามีความเป็นวิถีชาวบ้านแบบไทยๆมาก นั่งคุยกันหมู่ญาติ ถามถึงคนโน้นคนนี้ เราว่าสมัยนี้ไม่มีแล้วไอ้ที่จะมานั่งล้อมวงคุยกันแบบนี้ เรานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ ส่วนญาติๆ นั่งกินขนมใส่ไส้ ก็ดูไม่แปลกแตกต่างมากหรอก แต่เรารู้สึกว่า เออที่เค้าว่ามันแตกต่างระหว่างสังคมเนี่ย มันก็จริง เรามันแบบว่า คอมพิวเตอร์ MSN มือถือ ดาวโหลด บ้าญี่ปุ่น กรี๊ดจอนนี่จูเนียร์ใครมารู้เข้านี้ คงงง

ตอนแรกที่ลาออกจากงานมาตั้งใจว่าอยากออกมาเขียนหนังสือ จะได้มีเวลาเขียนบทภาพยนตร์แบบที่อยากทำ ตอนนี้ออกมา 5 เดือนแล้ว ยังไปไม่ถึงไหนเลย แทบไม่ได้แตะเลย ได้แต่นึกภาพไว้ในหัว ว่าจะทำจะทำ ก็ไม่เคยลงมือเขียนสักที ถ้าวันนี้ต้องอดอยากแล้วเนี่ย จะพยายามนั่งเขียนไหม? ถ้าวันนี้ไม่พอดีมีงานทำ จะพยายามเขียนไหม? ก็ไม่รู้ วันเสาร์อาทิตย์นี้ก็ผ่านไปอย่างไร้ค่าอีกแล้ว โคตรเบื่อตัวเองเลย เพิ่งรู้สึกเสียดายเวลาก็ช่วงที่แก่ๆ มาเนี่ยแหละ แก่แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรซักอย่าง จัดอยู่ในคนประเภทไม่เอาไหนสุดๆ

ขี้เกียจไปทำงานโว้ย เป็นโรค I don't like Monday ขึ้นสมองจริงๆ อยากไปอยู่อเมริกา จะได้มีเวลาหยุดเพิ่มอีกตั้ง16ชั่วโมง บ้อบอคิดได้ไงเนี่ย

อยากหยุดทำงานซะตั้งแต่วันนี้ งานนี้ทำไปก็ไม่รุ่งว่ะ เราไม่ชอบงานแบบนี้ แต่เราก็ทำได้นะ ตอนนี้เรามาถึงจุดที่ว่าทำอะไรก็ได้แล้วอ่ะ คือจัดการเรื่องราวให้ผ่านไปได้ แต่จะหวังรุ่งเหรอ ไม่มีทาง ตอนนี้เราต้องการแค่รายได้ มาใช้หนี้และเพื่อดำรงชีวิตอยู่ ไม่ได้คิดรวยเป็นกอบเป็นกำหรือมั่นคงเหมือนที่คนอื่นเค้าต้องการกัน เราผิดปกติหรือเปล่า

ไม่ผิดปกติหรอก กรูก็อยากรวยเหมือนคนอื่นเค้า แต่คิดไม่ได้ว่ะ ทำแล้วยิ่งจนลง ตอนนี้หลบมุมอยู่ อีกนัยหนึ่งคือ'จนมุม' นั่นเอง

ว่าจะทำงานอีกสัก 2 เดือนก็จะเลิกทำละ จะลาออกละ ดีเปล่าว่ะ คงไม่ดีแน่ๆ เพราะจะไม่มีเงินเดือนออกตอนสิ้นเดือน แล้วจะเอาอะไรกิน แต่ไม่ชอบความรู้สึกว่าเป็นทาสของสภาพแวดล้อม เป็นทาสของเงินที่ทำให้เราไปไหนไม่ได้ซักที แล้วก็เลยอยากอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยชีวิตแบบฟอร์เรส กัม แต่ก็ทำไม่ได้ ทำใจไม่ได้ที่จะไม่จัดการเรื่องอะไรเลยในชีวิต ปล่อยลอยไปแบบขนนก บางทีการไม่คิดอะไรเลยก็ดีเนอะ ไม่เครียดดี

อีก2เดือนจะสู่ภาวะตกงานอีกครั้งดีไหม อยากลาออกช่วงสงกรานต์ รู้สึกเหมือนเป็นปิดเทอม อยากหยุดยาวๆ มั้ง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัยเรียนเลยมั้ง ปิดเทอมใหญ่ถ้าจะตกงานอีกครั้ง เราก็คิดว่า เราคงพอเอาตัวรอดไปได้อยู่ได้ไปวันๆ เชื่อในลัทธิฟอร์เรส กัม คือปล่อยให้ลมพัดไป มีเงินมันก็มีเองแหละ ไม่ต้องไปแสวงหา ชีวิตเราจะเป็นยังไง มันก็เป็นแล้ว ถูกลิขิตแล้ว หรือว่าจะต้องยื้อกับสภาพสังคมต่อไป คือต้องหารายได้ ต้องหาเงินไปนั่งกินกาแฟสตาร์บัค ต้องหาเงินไปเดินเที่ยวพารากอน ต้องหาเงินซื้อมือถือรุ่นใหม่ ต้องหาเงินเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่คิดว่าตอนนี้มันเทรนอยู่ ต้องหาเงินเพื่อซื้อนาฬิการุ่นใหม่ ทั้งที่คนเราก็ใส่นาฬิกาได้ครั้งละ 1 เรือนเท่านั้น จะมีทำไมเยอะแยะว่ะกรู ต้องหาเงินไปเที่ยวผับ เพียงเพราะมันเป็นที่ที่คนเก๋ๆ เค้าไปกัน แล้วเราก็จะได้ดูเป็นคนเก๋ๆ ไปด้วย เฮ้อ น่าเบื่อ

มีพี่ที่รู้จักคนนึง เค้าเป็นนักเขียนอยู่แล้ว เค้าบอกว่าอาชีพในฝันเค้าก็คือ แก่แล้วได้นั่งเขียนหนังสืออยู่ที่บ้าน ในใจเราก็นึกว่า ทำไมไม่ทำตอนนี้เลย ทำไมต้องรอแก่ด้วย ทำไมต้องมาเปิดบริษัทมาบริหารงานให้วุ่นวาย ดูตัวเราดิ ยังไม่ได้เป็นนักเขียนเลย แต่เริ่มทำตัวเป็นนักเขียน คนที่ไม่เคยวาดรูปเลย ก็เรียกตัวเองเป็นศิลปิน บางคนใส่กางเกงทหารทั้งที่ไม่เคยออกรบเลย

ชีวิตที่ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความทุ่มเท เพื่อให้เรียกได้ว่าไม่เสียชาติเกิด

กับชีวิตที่ปลิวไปมาตามแรงลม เหมือนขนนก

จะเลือกอะไรดี

ถ้าเอามาเรียบเรียงใหม่ เราจะรู้ว่าเราจะเขียนยังไง นี้เป็นดาฟแรก

2006/Mar/04

ในที่สุดก็กลับมาเขียน

ก็พอดีเมื่อวานเป็นวันเกิดที่อายุ 33 ปีแล้ว แก่โคตร ยังนั่งทำเรื่องไร้สาระอยู่เลย

แบ่งแยกไม่ถูกระหว่างมีสาระกับไร้สาระ

แล้วอะไรคือมีสาระล่ะ สำหรับเรา

ก็เป็นวันเกิดที่มาคนซื้อโดนัทมาเป่า อยากจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเป่าเทียนวันเกิดนี่แหละมั้ง จริงๆ แล้วไม่ชอบบรยากาศแบบนี้เลย แต่เค้าคงเป็นประเพณีของที่นี่มั้ง ก็คิดว่าจะเขิน ทำตัวไม่ถูก แต่ก็พอไปได้ นั้นเพราะความที่แก่แล้วนั้นเอง แต่ยังไงก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

เค้าบอกว่าวันเกิดให้นึกถึงแม่ใช่ม่ะ ก็คิดถึงแล้วนะ ส่งเงินไปให้ 3พันห้าด้วย แล้วก็มานั่งเมาหัวราน้ำที่บ้านตัวเอง แดกเบียร์ไป 12 กระป๋อง แม่งแดกวันละ 6 กระป๋อง เดี๋ยวนี้ไม่เมาแล้วอ่ะ มีแต่จะง่วง กรูคงแย่แล้ว แดกเหล้าแล้วไม่เมาจะแดกทำไมเนี่ย

มีคนโทรมา แมสเสจมาอวยพร 2-3 คน ก็ไม่ซีเรียสหรอก พอแก่ๆ แล้วทุกเรื่องก็ไม่มีอะไรซีเรียสไปหมด เหมือนจะรู้ว่ามีอะไรที่สำคัญกว่านั้นอีกเยอะมั้ง มีคนอวยพรให้รวยๆ คนที่อวยพรมักเป็นคนที่รู้ว่าตอนนี้กรูจน ขอบใจ เช่นเจ้านายเก่ากรู

ตอนนี้ก็ยังคงเป็นหนี้สินต่อไป เฮ้อ นับไปมาก็ยังก็ยังเหลือหนี้อีก 1 แสน มานั่งนึกๆ ดู กรูนี่ก็บ้าบอเนอะ มีเงินอยู่ 8 หมื่นแม่งเอาไปซื้อของทำงาน แทนที่ไม่ได้กำไรก็เถอะ แต่เงิน8หมื่นก็น่าจะยังอยู่ หรือว่าเหลือ 0 นี่นอกจากมันไม่มีแล้ว กรูยังเป็นหนี้อีก กลุ้มว่ะ คือว่าไม่เคยทำบัญชีเลย ไม่รู้ว่าเงินมันไปไหนอ่ะ ตอนนี้ได้แต่ปลง บอกแล้วว่าชีวิตมีอะไรให้เคลียร์อีกเยอะเลย อายุ 33 ปีไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย

และเรื่องลำคาญใจตอนนี้ก็เสือกกลับไปคิดถึงแฟนเก่า ทั้งที่เป็นคนเลิกกับเค้าเอง ตอนเลิกทำร้ายตัวเองสุดๆ ด้วยการลาออกจากงาน เพื่อความสะ แล้วเป็นไง ตอนนี้แม่งไม่ได้อะไรเลย เงินเดือนแพงลิ่ว หลุดลอย แล้วแถมตอนนี้ยังกลับไปคิดถึงเค้าอีก แถมด้วยเค้าคงมีแฟนใหม่แล้วด้วย เฮ้อ!! ไม่ได้อยากกลับมาเป็นแฟน แต่แค่รำคาญใจ แถมวันเกิดยังไม่ยอมพากรูไปเลี้ยงข้าวอีก ก็บอกแล้วว่ากรูจน โธ่ๆ เซ็งโว้ย